03 August 2007

บทสัมภาษณ์ตัวผมครับ


บทสัมภาษณ์ พงศธร กันทาบุญ
สัมภาษณ์โดย Yngve Sjodin นักเขียนอิสระชาวนอร์เวย์
สัมภาษณ์เมื่อ มีนาคม 2550
แปลเป็นภาษาไทยโดย พงศธร กันทาบุญ
อ้างอิงจาก http://www.militarymodelling.com/forum/forummessages.asp?dt=1&UTN=2040&last=1&V=6&SP=


Yngve : ผมได้สนทนากับนักปั้นที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของฟิกเกอร์ 1/16 ตัวล่าสุดของ Alpine Miniatures ครับ วันนี้เราจะมาทำการรู้จักกับผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้นอีก สวัสดีครับช่วยบอกชื่อและรายละเอียดเกี่ยวกับคุณหน่อย....
พงศธร : ได้ครับ ชื่อพงศธร กันทาบุญ ครับ เกิดเมื่อปี พศ 2523 ที่จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทยครับ..
Yngve : Alpine เพิ่งจะได้ออกฟิกเกอร์ที่คุณได้เป็นผู้ปั้นมันขึ้นมา.. ไม่ทราบว่าคุณเริ่มงานโมเดลตั้งแต่เมื่อใหร่ครับ ?
พงศธร : ครับ.. ผมเริ่มงานโมเดลตั้งแต่อายุ 5 ปีครับ หลังจากที่อ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งจบ โมเดลชุดแรกในชีวิตก็เป็นฟิกเกอร์เลยครับ เป็นชุดทหารญี่ปุ่นขนาด 1/35 ของทามิย่าครับ ซึ่งผมก็หลงรักงานอดิเรกชนิดนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สัมผัสนั่นแหละ วัยเด็กของผมต่อโมเดลอยู่ไม่กี่ตัวครับเพราะที่บ้านไม่ค่อยสนุบสนุนของเล่นราคาแพงแบบนี้ จวบจนผมอายุได้ 14 ปีจึงได้ลองปั้นขึ้นมาเองเพราะไม่มีเงินซื้อ ผลงานโมเดลตัวแรกที่ผมปั้นก็คือ โครงกระดูกไดโนเสาร์พันธ์แรปเตอร์ขนาด 1/10ครับ ตอนนั้นดินญี่ปุ่นเพิ่งได้รับความนิยมใหม่ๆมีคนหันมาปั้นเองกันเยอะทีเดียว หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้ชิมลางในงานประกวดครั้งแรกในชีวิตครับ จำได้ว่าตื่นเต้นมากๆเลย เป็นงาน เทคออฟโมเดลอว๊อด ที่จัดที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิครับ งานแรกก็ได้รางวัลกลับมาอวดที่บ้านเลย เป็นรางวัลรองชนะเลิศประเภทบุคคลจำลองขนาด 1/35 ครับ...หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากคุณ วรากร จีนขจร ให้เข้าไปเป็นนักเขียนที่นิตยสารฮอบบี้โมเดล...ชีวิตในฮอบบี้โลดแล่นอยู่ไม่นานนักผมก็จำใจก้าวเท้าออกจากที่นั่นเนื่องจากขัดแย้งทางอุดมการณ์บางอย่าง งานประกวดต่อมาที่ผมได้เข้าไปคืองาน เดอะโมเดลเลอร์คอนเทส ที่ชิดลมผมได้รับ 3 รางวัลแต่หลังจากนั้นผมก็จำใจต้องยุติงานอดิเรกชนิดนี้ไปเนื่องจากภาระทางด้านการศึกษา... ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดูเรียบง่ายแต่โลดโผน ชีวิตที่เต็มไปด้วยโปรเจคทางศิลปะต่างๆมากมายจนดูเหมือนว่าจะไม่มีที่ว่างให้สิ่งอื่นอีกต่อไป แต่แล้วผมก็ได้เวลาที่มากขึ้นเมื่อผมใกล้จะสำเร็จการศึกษา... ฟิกเกอร์มูจาฮิดีนขนาด 120มมก็ได้คลอดออกมาในเวลานั้นเอง....ในตอนแรกผมตั้งใจที่จะผลิตฟิกเกอร์ตัวนี้ออกสู่ตลาดแต่โปรเจคนี้ก็จำเป็นที่จะต้องพับเก็บไปเมื่อผมประสบกับปัญหาสินค้าลอกเลียนแบบ หลังจากที่ใช้เวลาทำใจอยู่ไม่นานผมก็เริ่มที่จะสร้างผลงานต่อ...ไม่ไช่เพื่อการค้าขายแต่เพื่อบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าและเป็นความฝันของผมมานานแสนนาน ความฝันนั้นก็คือ การได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการผลิตฟิกเกอร์ออกสู่ตลาด มันเหมือนเป็นเรื่องที่เพ้อฝันแต่แล้ววันหนึ่งผมก็ได้รับอีเมล ติดต่อทาบทามเพื่อเป็นนักปั้นต้นแบบในสังกัด จาก Think One Eighty Studio ประเทศสหรัฐอเมริกา... เมื่อมีหนึ่งก็ต้องมีสอง หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้รับอีเมลมากมายจากบริษัทผู้ผลิตฟิกเกอร์ชั้นนำทั่วโลก... นับเป็นเหตุการให้ผมก้าวสู่การเป็นนักปั้นต้นแบบอาชีพในบัดดล !!!!
Yngve : โอเค...แล้วเป้าหมายในอานาคตที่มาคู่กับการได้เป็นนักปั้นอาชีพล่ะครับ?
พงศธร : ผมมีแน่นอนครับ!!! ในอนาคตผมมีแผนที่จะไปงานประกวดระดับโลกอย่างงานยูโรมิลลิแตร์หรือเลอร์พาติสโซดิส ที่ยุโรป...และถ้าเป็นไปได้ ผมก็ฝันที่จะมีโรงงานฟิกเกอร์เล็กๆของตัวเองสักแห่งครับ
Yngve : แล้วคุณได้แรงบัลดาลใจมาจากไหนครับ ช่วยบอกเราหน่อย?
พงศธร : นักปั้นที่เป็นแรงบัลดาลใจของผมก็มีอยู่หลายคนครับ แต่คนที่ผมชื่นชอบที่สุดก็คือคุณ Mike Good ชาวอเมริกันครับ... นับว่าโชคดีมากที่ช่วงหลังผมได้รู้จักกับเขาเลยได้ศึกษาแนวงานและเทคนิคต่างๆจากเขาด้วยครับ... นอกจากนั้นแรงบัลดาลใจในการสร้างผลงานอาจจะมาจากหนังสือหรือภาพยนต์ดีๆซักเรื่อง แต่ที่สำคัณที่สุดก็มาจากความปรารถนาเบื้องลึกในจิตใจที่จะได้เห็นฟิกเกอร์ดีๆที่ผมใฝ่ฝันซักตัว...
Yngve : เครื่องมือปั้นที่คุณชื่นชอบล่ะครับ?
พงศธร : เครื่องมือของผมก็ชาวบ้านๆครับแต่ผมก็รักที่จะใช้มันทุกครั้ง อย่างเช่นเข็มหมุด เครื่องเจียร และอาร์ตไนฟ์ซักอัน..
Yngve : มีสิ่งไหนบ้างครับที่คุณจะไม่ทำเด็ดขาด ?
พงศธร : คุณไม่สามารถจะทำสิ่งใดให้ออกมาดีได้ ถ้าคุณทำมันโดยปราศจากจิตใจและความรัก
Yngve : ขออีกคำถามนะครับ... คุณคิดว่าซัพเจคไหนที่คุณสนใจจะทำมากที่สุด ?
พงศธร : ฟิกเกอร์ทหารไทยโบราญครับ!! ผมรักประวัติศาสตร์และชาติไทยมากที่สุด !!

ครับก็ขอขอบคุณที่คุณสละเวลาให้กับการสัมภาษณ์ในครั้งนี้นะครับ เราก็หวังว่าคุณจะประสบความสำเร็จกับการงานกระทำอยู่ แล้วเราจะติดตามผลงานของคุณต่อไปครับ !!

An interview about me !!

Yngve Sjodin the Norwegian writer have finish an interview about me at http://www.militarymodelling.com/forum/forummessages.asp?dt=1&UTN=2040&last=1&V=6&SP=

This interview talk about my childhood history, future goal, my inspiration and etc. I must say thank you to him at here also.

คุณ Yngve Sjodin นักเขียนชาวนอร์เวย์ได้ทำบทสัมภาษณ์ตัวผม ซึ่งเพื่อนๆสามารถเข้าไปติดตามชมผ่านทางเว็บไซด์ที่กล่าวไปข้างต้นครับ

29 July 2007

Born in Tanabata day.


ดวงอาทิตย์ลับเหลี่ยมทิวดอยสุเทพไปนานแล้ว...แต่ฉันยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดิม มันเป็นกลางราตรีที่ชื้นแฉะของฤดูฝนต้นเดือนกรกฎาคม วันที่ใครอีกหลายคนนั่งจับเจ่าอยู่หน้าโทรทัศน์ อาจจะบนโซฟา อาจจะมีป๊อบคอร์นตะกร้าโตๆ หรือครอบครัวที่อบอุ่นในวันสุดสัปดาห์ที่แสนสุข... อากาศชื้นแฉะของวันนี้ทำให้ฉันสำนึกได้ว่าอยู่ห่างใกลจากอารมณ์ที่ว่ามากนัก เสียงดนตรีคลาสสิคยังคงบรรเลงเคล้ากับสายลมที่อ่อนโชนที่โลมเล้าสุนทรีของฉันจนเกือบได้สัมผัสถึงนิพพาน...

มันเป็นเดือนที่ยุ่งเหยิงกับงานที่ถาโถมเข้ามามากมายจนฉันเกือบลืมไปว่า วันเกิดของฉันใกล้ที่จะครบรอบมาอีกหนึ่งปีแล้ว... วันที่ 7 กรกฎาคมของปีนี้ดูจะเป็นวันที่พิเศษกว่าปีอื่นๆสักเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็น วันที่เจ็ดเดือนเจ็ด ของวันที่เจ็ดในสัปดาห์ ในปีสองพันเจ็ด! ด้วยที่ความสัมพันธ์ของเลขเจ็ดที่มาตรงกันในหลายๆวาระจึงทำให้วันนี้เป็นวันพิเศษของหลายๆวงการ ไม่ว่าจะเป็นวันรนรงณ์เรื่องปัญหาโลกร้อนที่ฮอตฮิตในปัจจุบัน แต่ที่สำคัณที่สุดก็คือ...วันนี้เป็นวันเกิดอีกปีที่ฉันรอคอย... ในตำนานของญี่ปุ่นก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับวันที่เจ็ดนี้เหมือนกัน โดยในวันนี้นั้นเขาจะเรียกว่าวันทานาบาตะ ตามตำนานเล่าว่าทุกวันที่ 7เดือน7 เจ้าหญิงนักทอผ้า "วีก้า" และ"อัลเตีย" คนเลี้ยงวัวซึ่งเป็นชายคนรัก จะสามารถข้ามทางช้างเผือกที่ขวางกั้นอยู่มาพบกันได้ในคืนวันนี้เท่านั้นในหนึ่งปี เทศกาลนี้จึงถือเป็นเทศกาลฉลองแด่เทพเจ้าทางช้างเผือกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา... ในเทศกาลนี้ชาวญี่ปุ่นจะนำกระดาษมาเขียนโคลงกลอนแล้วนำไปแขวนตามกิ่งไผ่เล็กๆที่ประดับอยู่ตามระเบียงบ้านหรือในสวนเพื่อขอพรให้พบกับสิ่งดีๆในชีวิต...

พระจันทร์ลับเหลี่ยมเขาทางด้านทิศตะวันออกไปนานแล้ว ฉันยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม...ใกลออกไปทางด้านหน้าต่างยังคงเห็นแสงดาวน้อยใหญ่ที่พยายามลอดเมฆฝนลงมา ใครเล่าจะหยั่งรู้ได้ว่า แท้จริงแล้วแสงดาวและเดือนเพ็ญตั้งใจสาดแสงไปที่ใดกันแน่ แต่ฉันก็ยังแอบหวังไว้ว่า คงจะมีดาวสักดวงที่มองเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆบนกิ่งไผ่บางเบาก้านนั้นของฉันบ้าง...

This month is one of my busy month, it have three projects come to my bench!. one project that going to finish is 54 mm Carthaginian warrior, and two projects is still on bench yet.

Thia month is abit special for me that because it's my brithday in!!!. 7 July 2007 is special than other years. it have fourth 7 come in this event, date7, month 7, year 2007 and all is in Saturday!!. I hope this lucky number will give espcial fortune to me in this event.

I have finished my own little project in this month also. this 1/35 figure is come from DML kit No. 6304, I have start it few month ago but it no more time for hobby... just work and works ( in the ture it have many time to do but you don't happy if you used your eye harder all day and all night !!! he he he). I have painted this figure with Tamiya Enamel paint. many friends have surprised "why I used this paint" because it good for spray or airbrush but too weak when you paint it with brush especial if you compare with Vallejo paint. my answer is only.. I can't find Vallejo paint in Thailand (at present I will try it in future because my friend"Gino Poppe" will help me to find it, I just thank you to him at here also).

08 July 2007

Garamante warrior





Garamante warrior is the 3 rd project for La Meridiana Miniatures. this is the first figure for "Rome enemie series" the new series of Meridiana product.This figure come in 54 mm scale. for my opinion it come out with nice anatomy and like live detail. the mantle come out very thiny and separate from the body, I also especial like it too.
.
.
.
นักรบ กาลาเมนเต้ เป็นโปรเจคที่ 3 ที่ทำให้กับ La Meridiana Miniatures จากประเทศอิตาลี่ และเป็นฟิกเกอร์ตัวแรก ในชุดศัตรูแห่งโรม ที่เป็นซีรีย์ใหม่ของบริษัทในปีนี้อีกด้วย ฟิกเกอร์ตัวนี้ปั้นออกมาในขนาด 54 มม เพื่อหล่อออกมาขายเป็นตะกั่ว... ตัวผลงานมีรายละเอียดที่สวยงามสมจริง ในส่วนของผ้าคลุมขนแอนติโลป ได้ทำออกมาแยกส่วนจากลำตัวเพื่อความบางสวยงามสมจริงครับ สำหรับท่านใดที่สนใจอยากมีเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว ขอเชิญเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซด์ผู้ผลิตในส่วนของ Link ที่ลงใว้ให้แล้วในบล๊อกแห่งนี้ได้เลยครับ.